Believe >>> เหนื่อยใจอีกแล้ววว...

o หายไปนาน พอมีปัญหาทีไรคิดถึงไดทุกทีเลย แฮ่ๆๆ

o ย้อนไปเมื่อประมาณปลายปีที่แล้ว หลังจากที่เทอมที่แล้วไม่ได้ลงทะเบียนเรียน เพราะเลือกเรียนแผน ก. (ทำวิทยานิพนธ์) คณะก็กำหนดว่า คนที่จะทำวิทยานิพนธ์ได้ต้องมีเกรดเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 3.30 แต่ตอนที่คณะให้เลือกว่าใครจะเรียนแผน ก. หรือ แผน ข. นั้น เกรดเฉลี่ยตอนนั้นก็เกิน 3.30 (มันก็เลยเกิดความสับสนว่า ทำไมคณะไม่กำหนดให้ชัดเจนไปเลยว่า คนที่จะทำวิทยานิพนธ์นั้นต้องมีเกรดเฉลี่ยนเท่าไหร่ ตอนที่จะเลือกแผน ไม่ใช่พอเลือกไปแล้ว ทำวิทยานิพนธ์มาระยะหนึ่งอยู่ๆ เกรดเจ้ากรรมเกิดไม่ถึง แล้วต้องมาย้ายกลับไปเรียน แผน ข. นักศึกษาก็จะเสียเวลาโดยใช่เหตุหรือไม่ ???)

o ตอนนั้นก็ปวดหัวเหมือนกัน แต่พอไปคุยกับเจ้าหน้าที่ของคณะ ปรากฎว่าเจ้าหน้าที่บอกว่า เกรดน่ะไม่เป็นปัญหาหรอก ปัญหามันอยู่ที่ อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ ที่คณะกำหนดเกณฑ์แบบนี้ขึ้นมาก็เพราะคณะไม่อยากให้อาจารย์๋ต้องเหนื่อยกับนักศึกษา ไม่อยากให้เสียเวลาเคี่ยวเข็ญ และก็ไม่อยากให้เกิดกรณีนักศึกษาที่ได้เกรดน้อยๆ ไม่อยากเรียน หนีมาทำวิทยานิพนธ์ จะทำให้วิทยานิพนธ์ไม่มีคุณภาพ (ก็แอบสงสัยเล็กน้อยอีกว่า มันมีด้วยหรือ อาจารย์ที่คอยเครี่ยวเข็ญนักศึกษา คนที่เรียนปริญญาโทควรจะมีความรับผิดชอบเองใช่หรือไม่ เพราะการเรียนปริญญาโท ไม่มีใครมาบังคับคุณ คุณเลือกที่จะเรียนเอง คุณควรมีความมานะและความตั้งใจถูกหรือไม่ และหากคนที่เรียนได้เกรดน้อยแล้วไม่อยากเรียน จะหนีมาทำวิทยานิพนธ์ เราก็ว่ามันเป็นการฆ่าตัวตายดีๆ นี่เอง)

o หลังจากเลือกแผนไปแล้ว ก็ต้องลงทะเบียนไม่เหมือนเพื่อนที่เรียนแผน ข. เพราะต้องเรียนวิจัย 2 ซึ่งยากกว่าวิจัย 1 หลายเท่า แล้วก็เริ่มหาอาจารย์ที่ปรึกษา และคิดหัวข้อวิทยานิพนธ์ หลังจากเลือกเรียนแผน ก. ไปแล้ว จนสิ้นเทอมเกรดก็ประกาศออกมา กรรมที่สุดมีคนได้เกรดไม่ถึง 3.30 3 คน และแน่นอนว่าหนึ่งในจำนวนนั้นต้องมีเราคนหนึ่ง (T_T) ก็ถามกับเจ้าหน้าที่อีก เจ้าหน้าที่ก็พูดแบบเดิม เวลานั้นก็ไม่ซีเรียสอะไร ทำเรื่องขอพบอาจารย์ที่หมายมั่นว่าจะเป็น อาจารย์ที่ปรึกษา เข้าพบอาจารย์แล้วก็เรียนให้อาจารย์ทราบถึงข้อกำหนดของคณะ (ข้อกำหนดเกี่ยวกับเรื่องเกรด 3.30 นั้น มีคณะเราคณะเดียวทั้งสถาบันฯ ที่มีข้อกำหนดนนี้ คณะอื่นๆ ในสถาบันฯ เค้าสนับสนุนให้นักศึกษาทำวทิยานิพนธ์ 3.00 ก็สามารถทำวิทยานิพนธ์ได้) ก็น่าแปลกใจอย่างมากที่อาจารย์ที่ท่านดังกล่าวไม่ทราบว่าคณะมีข้อกำหนดแบบนี้ และอาจารย์ยังบอกว่า ไม่น่าจะทำไม่ได้นะ ถ้าเรามีความตั้งใจ อาจารย์ถามย้ำถึงความตั้งใจ และเกรดของเรา ซึ่งเราได้เกรด 3.28 มันห่างไปนิดเดียวจริงๆ (T_T)

o ทุกอย่างราบรื่นดี อาจารย์ที่ปรึกษากรุณานำหนังสือเกี่ยวกับหัวข้อวิทยานิพนธ์ของเรามาให้อ่าน มันดันตรงกับหัวข้อที่อาจารย์เค้าสนใจผลักดันอยู่พอดี (ดีใจมากก แต่ก็เหนื่อยมากกับการอ่าน เพราะหนังสือที่อาจารย์เอามาให้ ประมาณเกือบ 20 กว่าเล่ม T_T) หลังจากนั้นก็ใช้เวลากับการคิดหัวข้อวิทยานิพนธ์ให้ลงตัว ซึ่งนานมากจนกระทั่ง...

o จนกระทั่งกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ความจริงมันก็เป็นความผิดของเรา ที่เงียบหายไปจนอาจารย์ที่ปรึกษาสงสัยลืมแล้วมั้ง ว่ายังมีเราที่ทาบทามเค้าไว้ T_T ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อ มี3 คนที่เกรดไม่ถึง และเพื่อนคนนึง เกิดวุ่นวาย สับสน ว้าวุ่น เกี่ยวกับการเปลี่ยนสาขาวิชาเอก การสอบประมวลผลความรู้ และการทำวิทยานิพนธ์ จนกระทั่งเรื่องดังกล่าวไปเข้าหูรองคณบดีฝ่ายวิชาการเ้ข้า เมื่อมีนักศึกษา 3 คนซึ่งกำลังทำวิทยานิพนธ์ แต่เกรดไม่ถึงเกณฑ์ตามที่คณะกำหนด เรื่องราวเลยยุ่ง อาจารย์เรียนทุกคนเข้าพบ และในที่สุดอาจารย์ก็อนุญาติให้ทำได้ ซึ่งมันก็ควรเป็นแบบนั้นเพราะแต่ละคนทำวิทยานิพนธ์ไปไกลแล้ว เพื่อนคนนึงได้เกรด 3.27 ทำวิทยานิพนธ์ไปจนถึงบทที่ 3 คนนึงได้เกรด 3.16 ก็กำลังทำบทที่ 2 มีตัวเรานี่แหละดูจะแ่ย่สุด เพราะยังไม่มีอะไรคืบหน้า หัวข้อก็ยังเอาแน่เอานอนไม่ได้ อาจารย์ที่ปรึกษาก็ยุ่งมาก บินไปต่างประเทศ ประชุมที่โน่นที่นี่ หาเวลาเข้าพบยากมาก แต่เราก็คิดว่า ถ้าเราไม่ได้อาจารย์ท่านนี้งานของเราก็จะไม่สมบูรณ์แบบ อาจารย์ที่ปรึกษาเราเป็นผู้ใหญ่ที่ใจดีคนหนึ่ง รองคณบดีฝ่ายวิชาการ อนุญาติให้ทำได้ แต่ยังต้องขอความเห็นจากอาจารย์ที่ปรึกษาของนักศึกษาอีกทีหนึ่ง ซึ่งก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ในเมื่ออาจารย์ที่ปรึกษาแต่ละท่านก็ทราบเกรดของนักศึกษา และได้เห็นผลงานต่างๆ ของนักศึกษามาแล้ว (ที่น่าหนักใจสุด เห็นจะไม่พ้นเรา เพราะยังไม่มีรัยคืบหน้าเลย เฮ่อๆๆ)

o แต่ก็ไม่เป็นอย่างนั้น ในเมื่ออยู่ๆ วันพฤหัส 14 ตอนเย็นเพื่อนโทรมาบอกว่า สรุปว่าอาจารย์เค้าไม่ให้ทำวิทยานิพนธ์แล้ว อาจารย์ที่ประชุมมี 7 คน 1 คน เห็นว่าควรให้ทำวิทยานิพนธ์ 5 คน เห็นว่าไม่ควรทำวิทยานิพนธ์ และ1 คน ไม่ออกเสียง สรุปคือ 5 : 1 มติเป็นเอกฉันท์ ไม่ให้ทำวิทยานิพนธ์ และวันพรุ่งนี้ให้มาลงทะเบียนเรียน แผน ข. ตอนนั้นคิดอะไรไม่ออกเลย รู้แค่ว่า ยังงัยก็จะไ่ม่เรียนแผน ข. แน่ๆ ทำไมถ้าจะไม่ให้ทำวิทยานิพนธ์ ทำไมไม่บอกตั้งแต่เทอมที่แล้ว จะได้ลงทะเบียนเรียนตามเพื่อน ไม่ใช่ปล่อยให้นักศึกษารักษาสภาพนักศึกษา และใช้เวลาหมกมุ่นอยู่กับวิทยานิพนธ์ ให้นักศึกษาเสียเวลามา 2 เทอม ซึ่งก็ 1 ปีเต็มๆ (รวมตั้งแต่เทอมที่ให้นักศึกษาเลือกแผน ทำไมไม่กำหนดเกรด ณ ตอนนั้นให้ชัดเจน ไม่ใช่มากำหนดเกรดหลังจากที่นักศึกษาได้่เลือกเรียนไปแล้ว และเทอมที่ผ่านมาซึ่งไม่ได้ลงทะเบียน แค่รักษาสภาพนักศึกษาเท่านั้น) คิดอะไรไม่ออกจนกระทั่ง คิดถึงอธิการบดีขึ้นมา ในที่สุดก็เข้าไปในระบบลงทะเบียนแล้วค้นหาตารางสอนของอธิการบดี จะถือว่าเป็นโชคดีมั้ยนะ วันนั้นอธิการบดีมีสอนเลิก 4 ทุ่ม ที่ NIDA พอดี ด้วยความที่คิดอะไรไม่ออก คิดแค่ว่าถ้าอธิการได้รู้เรื่องนี้ อธิการน่าจะฟังนักศึกษาบ้าง ก็เลยนัดกับเพื่อนคนที่โทรมาบอกนั่นแหละ เผอิญอยู่หอแถวนั้น และเราก็รีบขับรถไป NIDA ตอนนั้น เกือบ 3 ทุ่มเห็นจะได้

o ในที่สุดก็พบอธิการบดี พยายามเล่าเรื่องให้ครบและเร็วที่สุด โดยไม่ลืมที่จะเล่าถึงมติของอาจารย์ของคณะ 5 : 1 ที่ไม่ให้ทำวิทยานิพนธ์ อธิการบดีฟังแล้วก็หัวเราะ พร้อมกับบอกว่าให้ทำบันทึกข้อความไปที่สำนักงานอธิการบดี แล้วอธิการบดีจะส่งเรื่องมาที่คณะฯ อีกทีหนึ่ง เรื่องยังไม่ทันจะจบลงด้วยดี เมื่อเพื่อนเจ้ากรรมดันพูดว่า "อาจารย์คะ คือหนูได้เกรด 3.16 และยังมีรุ่นน้องอีก 10 กว่าคนที่ได้เกรดน้อยแบบนี้เหมือนกัน พวกเค้าอยากจะทำวิทยานิพนธ์เหมือนกัน ต้องทำอย่างไรคะ ???" วินาทีนั้นอยากจะกระโดดต่อยปากเพื่อนมาก ฮึ่มๆๆ (แอบนึกในใจว่า เรื่องของตัวเอง มึ.. ยังเอาตัวไม่รอดเลย ยังจะไปเสือ.. เรื่องของคนอื่นอีก เฮ่อ) อธิการบดีเงีนยครู่หนึ่ง แล้วเปลี่ยนโหมดจากหัวเราะเป็นเครียดหน่อยนึง แล้วตอบว่า "ถ้าพวกคุณรู้แล้วว่ากฎมันเป็นแบบนี้ ทำไมไม่ตั้งใจเรียน จะได้ไม่ต้องมีปัญหา และถ้าจะมาอีกเป็นสิบ กฎจะตั้งไว้เพื่ออะไร ???" จากนั้นรุ่นพี่คนอื่นๆ ที่มาดักรอพบอธิการเหมือนกันก็พูดเรื่่องของเขา เรากับเพื่อนก็แยกออกมา

o กลับมาบ้านเกือบตี 1 เพราะไปหาอะไรกินกับเพื่อนต่ออีก และไปส่งเค้าที่หอ กลับมานั่งพิมพ์บันทึกข้อความ และคุยโทสับอีก สรุปคือนั้นไม่ได้นอนครับพี่น้อง 555+ วันรุ่งขึ้นก็เอาบันทึกข้อความไปส่ง และยังไม่วายแอบไปดังรออธิการบดี เพื่อย้ำให้อธิการบดีจำเรื่องของเราได้ และก็เหมือนโชคจะเข้าข้างในเมื่อบังเอิญเจอกับอธิการบดีอีกรอบ จนไปที่คณะฯ เพื่อปรึกษากับอาจารย์เกี่ยวกับเรื่องการลงทะเบียน ต้องการจะบอกอาจารย์ว่าอธิการบดีมีความเห็นแบบนี้ เป็นไปได้หรือไม่ถ้าจะยังไม่ลงทะเบียน แต่สิ่งที่ได้รับคือ เจ้าหน้าที่คนหนึ่งทำตัวเหมือนเป็นอาจารย์เสียเองยืนด่าเรากับเพื่อน อาจารย์ก็ไม่ให้พบ และวันนั้นดูเหมือนที่คณะวุ่นวายเป็นอย่างมาก

o จนตอนเย็น เลยไปที่สำนักงานอธิการบดีอีกครั้งและบังเอิญอีกเมื่อเจอกับอธิการบดีพอดี อธิการจึงเรียนเข้าไปคุยในห้องทำงานของท่าน เมื่อฟังเรื่องทุกอย่างอธิการบดีก็จัดแจงโทรหาคณบดีต่อหน้าเรา ในขณะที่อธิการบดีเห็นว่า ควรให้เราทำวิทยานิพนธ์ แต่ดูเหมือนคณบดียังคงยึดกฎเกณฑ์เดิม และเห็นว่าไม่ควรให้ทำเพราะผิดหลักเกณฑ์ หลังจากอธิการบดีคุยกับคณบดีพักใหญ่ ซึ่งจากที่ได้ยิน คณบดีน่าจะเสียหน้าพอสมควร เพราะเหมือนกับโดนตำหนิ หลังจากวางสายอธิการบดีก็เขียนความเห็นว่า "นักศึกษาได้เกรด 3.28 ซึ่งไม่น่าจะมีนัยสำคัญทางสถิติบ่งบอกได้ว่ามีความศักยภาพที่ด้อยกว่านักศึกษาที่ได้เกรด 3.30 และทางสถาบันก็มีนโยบายให้นักศึกษาเรียนแผน ก. เห็นว่าควรให้นักศึกษาได้ทำวิทยานิพนธ์" ลงในบันทึกข้อความของเรา และให้เรานำบันทึกข้อความนี้ไปยื่นให้คณบดีด้วยตัวเอง

o ตอนนั้นเกือบ 5 โมงเย็นแล้ว กว่าจะเดินไปถึงคณะ อาจารย์ก็กลับกันหมด หลังจากส่งเรื่องแล้ว ก็คงต้องกลับบ้านไปรอ โดยที่เราต้องตัดสินใจเสี่ยงไม่ลงทะเบียน เพราะวันนี้ที่จะมาปรึกษาเรื่องการลงทะเบียน กลับได้รับคำตอบจากเจ้าหน้าที่ว่า "ถ้าไม่ลงทะเบียนนี้ก็เท่ากับว่า จะไม่มีสิทธิลงแล้ว เพราะวันนี้เป็นวันสุดท้ายของการลงทะเบียน เทอมนี้ต้องว่าง ค่อยลงเรียนใหม่เทอมหน้า แต่ถ้าลงทะเบียน และมาถอนออกตอนได้ทำวิทยานิพนธ์ ก็จะต้องติด W ในทรานสคริป" พูดง่ายๆ คือ ไม่มีทางไหนที่เลือกได้เลย บังคับให้เ้ปลี่ยนไปเรียน แผน ข. คณะไม่ให้นักศึกษาได้เลือกได้เลย ทั้งๆ ที่มันใช่ความผิดของนักศึกษาหรือไม่ ??? และเหนื่อยใจอีกเมื่อรู้จากเจ้าหน้าที่ว่า อาจารย์มาประชุมกันเรื่องนี้ในตอนบ่าย แล้วก็มีมติว่า ให้รอความเห็นจากอธิการบดี แล้วค่อยตัดสินใจต่อว่าจะทำอย่างไรกับเรื่องนี้ เหนื่อยใจว่า อาจารย์ไม่ให้เข้าพบ แต่แอบมาประชุมกัน ขัดแย้งกับที่บอกว่า ถ้ามีปัญหาอะไรให้เข้ามาหาอาจารย์ ไม่ต้องไปถามเจ้าหน้าที่ แต่นี่ ถึงเวลาที่มีปัญหาจริง พึ่งอาจารย์ได้หรือไม่ ??? 

o จนถึงวันจันทร์ มาที่คณะอีกเพื่อจะตามเรื่อง บังเอิญรองคณบดีฝ่ายวิชาการอยู่พอดี จึงได้เข้าพบ ก็เลยได้รู้ว่า ทางคณะมีความเห็นว่า ต้องการให้เรานำเค้าโครงวิทยานิพนธ์มาส่ง โดยที่อย่าเพิ่งเอาไปให้อาจารย์ที่ปรึกษาดู (งงมะ)

o จนประมาณวันที่ 28 มิถุนายน ก็เอาเค้าโครงไปส่ง และเจ้าหน้าที่บอกว่า ประมาณวันที่ 22 กรกฎาคม คณะจะประชุมกัน โดยจะมีเรื่องของน้องเป็นหนึ่งในวาระการประชุมด้วย และก็รอ

o หลังจากนั้นไปทำธุระที่ NIDA บังเอิญเจอพี่เจ้าหน้าที่ที่เคยคุยด้วย ซึ่งตอนนี้ย้ายไปคณะนิติศาสตร์ที่เพิ่งเปิดใหม่เรียบร้อยแล้ว เลยได้คุยเรื่องนี้กับพี่ คุยเสียยืดยาว พี่เจ้าหน้าที่อีกคนที่มาด้วย เค้าก็เลยถามว่า น้องคะ น้องชื่ออะไร พอบอกชื่อ เค้าก็ อ๋อ น้องนี่เองที่มีปัญหาเรื่องวิทยานิพนธ์ ตอนนี้คณะโอเคแล้วนะ อีกไม่นานคงจะมีคนโทรไปหาน้องให้น้องมาเอาใบคำสั่ง พี่เพิ่งเอาให้อาจารย์เซ็น ดีใจมากเลยตอนนั้น และหลังจากนั้นนานมากประมาณวันที่12 เห็นจะได้ เพื่อนก็โทรมาบอกว่าเจ้าหน้าที่ฝากหนังสือมาให้ หนังสือลงวันที่ 2 กรกฎาคม เราอ่านดูละ สรุปคำสั่งนั่นมันคือสิ่งที่อาจารย์พูดเรื่องให้ส่งเค้าโครง ที่นำมาเขียนเป็นตัวอักษรนั่นเอง ยังไม่กล้าคิดว่าสิ่งที่แอบคิดไว้จะเป็นจริง ยังคงตั้งหน้าตั้งตารอต่อไปจนกว่าจะถึงวันที่ 22 กรกฎาคม

o จนถึงวันที่ 22 กรกฎาคม พอโทรไปถามปรากฎว่า เจ้าหน้าที่บอกว่า อาจารย์ยังไม่ว่างตรงกัน เลยยังไม่ได้ประชุม น่าโมโหป่ะ งงว่า พวกอาจารย์เค้ากำลังทำอะไรกัน เค้าได้สนใจนักศึกษาคนนึงที่มีความตั้งใจเป็นอย่างยิ่งที่จะทำวิทยานิพนธ์ และเฝ้ารอวันที่ 22 กรกฎาคม มาตลอดเดือน รู้มั้ยว่าเวลาสำหรับคนที่รอคอยมันยาวนานแค่ไหน เจ้าหน้าที่บอกสั้นๆ แค่ว่า อาจารย์ยังว่างไม่ตรงกัน พอถามกลับว่าแล้วเมื่อไหร่ที่จะประชุมกันอีก เจ้าหน้าที่บอกแค่ว่า ไม่ทราบค่ะ T_T แล้วจะให้ผมทำไงวะเนี่ยยย

o ไม่รู้ว่าอาจารย์กำลังทำอะไรอยู่ สรุปแล้วที่สุดจะให้ทำวิทยานิพนธ์ หรือจะไม่ให้ทำ หรือจะยังคงคิดว่าเสียหน้า ทำไมอธิการบดีไม่ทราบหรือไงว่า อาจารย์ของคณะ 7 คนลงความเห็น มติเป็นเอกฉันท์แล้วว่า ไม่ให้ทำวิทยานิพนธ์ ทำไมอธิการยังเชื่อเด็ก เห็นตามเด็ก และหักหน้าอาจารย์ของคณะ อาจารย์กำลังทำอะไรอยู่ ผมไม่รู้ กำลังดึงเรื่องไว้ หรือสุดท้ายจะให้ทำ หรือไม่ให้ทำ ผมก็ไม่รู้ ผมรู้แค่ว่า ผมตั้งใจมากที่จะทำวิทยานิพนธ์เรื่องนี้ ผมไม่ได้ต้องการหักหน้าอาจารย์ ผมระลึกอยู่เสมอว่าสิ่งที่ผมทำไปเพราะผมไม่มีที่พึ่ง ถ้าจะให้ผมทำหนังสือมาทางคณะ ผมจะทำอีกเพื่อ ??? ในเมื่อรู้แล้วว่า คณะไม่ให้ทำ ผมแค่หาที่พึ่ง และที่ปรึกษา สิ่งที่ทำลงไปเพื่อแสดงให้อาจารย์เห็นว่า ผมมีความตั้งใจจริงที่จะทำวิทยานิพนธ์เรื่องนี้ ไม่เคยคิดจะต่อสู้ หักหน้าอาจารย์ หรือทำให้คณะวุ่นวายเลย แต่สิ่งที่ผมได้รับคือ การรอคอยที่ยังไม่มีวันสิ้นสุด และอาจารย์รู้กันหรือไม่ว่า ตามกฎของคณะ ให้นักศึกษาที่เรียนแผน ก. ลงทะเบียนวิทยานิพนธ์ภายใน 1 ปีการศึกษาหลังจากที่เรียนครบกระบวนวิชา หากไม่ลงทะเบียน จะต้องพ้นสภาพนักศึกษา

o พอบอกเหตุผลกับเจ้าหน้าที่ว่า ต้องรีบลงทะเบียน เจ้าหน้าที่ก็ถามว่าเมื่อไหร่ และสุดท้ายคำตอบที่ได้คือ "น่าจะประมาณต้นเดือนค่ะ คณะกรรมการหลักสูตรฯ ภาคปกติจะประชุมกันอีกครั้งหนึ่ง" ก็คงทำอะไรไม่ได้อีกตามเคย และตั้งหน้าตั้งตารอต่อไปจนกว่าจะถึงต้นเดือนหน้า ตอนแรกกะจะเข้าไปขอพบอาจารย์ แต่คิดไปคิดมา ไม่ไปดีกว่า รอคอยอย่างใจเย็น น่าจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุด ในเมื่อเราเค้ามีกฎแบบนี้ และเราต้องการให้เค้ายืดหยุดกฎ ก็ควรรอให้เป็นไปตามขั้นตอน คงจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดในขณะนั้น

o สุดท้ายคือ รอ ต่อไป กะว่า วันพุธนี้ จะเข้าไปที่คณะ ไปถามความคืบหน้าหน่อยนึง

o bye bye... MY DIARY

 


-:- ป.ล. -:-

o บ่นยาวเนอะ ยาวมาก แต่น่าแปลกที่ไม่เมื่อยที่จะพิมพ์เลย 555+

o ขอให้ผมได้ทำวิทยานิพนธ์ ผมจะไม่เสียดายเวลาที่เสียไปเลยแม้แต่นิดเดียววว

o แอบหวังว่า ขนาดอธิการยังเห็นว่า สามารถทำวิทยานิพนธ์ได้ ทางคณะก็น่าจะให้ทำ ^^

o แอบกลัวลึกๆ เพราะรู้ว่า อาจารย์หลายคนคงไม่พอใจในตัวผม แต่ผมไม่มีทางเลือก ผมทำไปก็เพราะต้องการแสดงให้เห็นว่าผมมีความตั้งใจจริง แต่ถ้าอาจารย์จะมองเป็นแนวทางอื่น ก็สุดแล้วแต่อาจารย์

o ยังคงหวังลึกๆ ว่าอาจารย์ทุกคนคงมีจรรยาบรรณความเป็นครู ไม่ทำร้ายลูกศิษย์ของตนเอง เห็นแก่ความตั้งใจจริง และผลประโยชน์ของของนักศึกษาเป็นหลัก

o สุดท้ายหากเรื่องนี้จบลงตรงที่ผมไม่ได้ทำวิทยานิพนธ์ ผมคงเสียใจเล็กน้อย และคงตั้งหน้าตั้งตาเรียนให้จบเหมือนเดิม แม้ว่าจะต้องจบช้าไปอีก 1 ปี กว่า ผมจะคิดว่า ผมไม่ควรเสียใจ เพราะในเมื่ออธิการบดียังไม่ความเห็นว่า ผมควรทำวิทยานิพนธ์ และผมสามารถทำได้ ถ้าผมไม่ได้ทำ ผมจะคิดแค่ว่า มันเกิดจากบางสิ่งที่ผมละไว้ในฐานที่ผมเข้าใจเอง T_T

 

Captcha
โปรดพิมพ์ตัวเลขที่คุณเห็นลงในช่องว่างด้านขวา
อ่านเลขชุดนี้ไม่ออก? ขอตัวเลขชุดใหม่
we are in diaryis.com family | developed by 7republic